สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม-วันที่สาม

วันที่สามนี่เริ่มลงทะเบียนที่วัดประยูรวงศาวาส

สำหรับท่านที่ยังไม่ได้อ่านวันแรก –>สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม-วันที่หนึ่ง

สำหรับท่านที่ยังไม่ได้อ่านวันที่สอง –>สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม-วันที่สอง

วันนี้ก็นัดพบกันแต่เช้าอีก แล้วเป็นวันอาทิตย์ด้วย ผมจึงนั่งแท็กซี่ไปแทนการเดินทางเหมือนเมื่อวาน ทำให้ออกเดินทางสายได้นิดหน่อยเก็บแรงได้อีกหน่อย เมื่อวานยังเหนื่อยไม่หายเลย

สุุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
เพื่อนๆที่มาแต่เช้า

มาถึงที่วัดก็ตามเวลานัด(07:00) ก็เหมือนเดิมคือไปหาอะไรรองท้องก่อน ออกจากวัดเลี้ยวซ้ายไปตามถนนสักพักก็จะผ่านตลาดเช้าและร้านสะดวกซื้อ เช้าๆอย่างนี้อากาศยังไม่ร้อน เดินได้เรื่อยๆ

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
ป้ายบอกทาง

ทานอาหารเช้าเสร็จ ขากลับก็ถ่ายรูปบรรยากาศข้างทางเรื่อยมา ถนนนี้ไม่ได้กว้างนักรถสวนกันยังยาก แต่ข้างทางก็มีบ้านเรือนหลังเล็กๆอยู่ติดกันแน่น ผ่านโรงเรียนอนุบาล โรงเรียนซางตาครู๊สฯ เช้าๆอย่างนี้ผู้คนยังไม่เร่งรีบกันเท่าไหร่

สุุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
บรรยากาศยามเช้า
สุุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
โรงเรียน
สุุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
ทางเข้าวัดซางตาครู๊ส

กลับมาที่วัดก็พบว่าเพื่อนๆมาพร้อมกันเกือบครบแล้ว ผู้จัดก็นิมนต์หลวงพี่มาช่วยให้คำอธิบายและพาพวกเราชมวัด

สุุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
แนะนำวัดประยูรฯ
สุุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
วิหารที่อยู่ระหว่างการบูรณะ

ที่แรกก็เป็นวิหาร จากนั้นก็ไปเดินดูรอบพระอุโบสถ แล้วก็เขามอหรือเขาเต่าที่ปรับปรุงอย่างสวยงาม จุดสุดท้ายที่ไปชมก็คือพระบรมธาตุมหาเจดีย์ที่ก่อนจะเข้าไปจะต้องผ่านพิพิธภัณฑ์ของวัดเสียก่อน

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
หอสมุดพรินทร์ปริยัติธรรมศาลา
สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
พระบรมธาตุมหาเจดีย์

เข้าไปในพระบรมธาตุเจดีย์แล้วขึ้นไปข้างบน จุดสำคัญของพระบรมธาตุมหาเจดีย์นั้นอยู่ข้างในเจดีย์ เข้าไปจะเห็นเสาครูที่ใช้ค้ำยันยอดเจดีย์ไว้ให้ตั้งตรงซึ่งน่าจะมีที่เดียว ต่างกับเจดีย์อื่นๆ

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
เสาครู

ภายในบริเวณวัด มีพื้นที่มุมหนึ่งที่จัดเป็นสระน้ำและภูเขาหินจำลองรายรอบไปด้วยต้นไม้ มีรั้วรอบเรียกว่าเขามอ

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
บ่อเต่า ภายในเขามอ
สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
รูปหมู่ในเขามอ
สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
โบสถ์ซางตาครู้ส

ออกจากวัดก็เดินตรงไปยังทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา(ซึ่งจะผ่านที่ตั้งของสำนักงานเขต) เลี้ยวซ้ายเดินไปตามทางจะถึงโบสถ์ซางตาครู๊ส แวะเข้าไปถ่ายรูปรอบๆสักพักก็เข้าไปถ่ายรูปข้างใน พอดีมีการซ้อมร้องเพลงอยู่จึงไม่ได้อยู่นานเกรงจะรบกวน

พระบรมธาตุมหาเจดีย์
ศาลเจ้าแม่กวนอิม

เดินถ่ายรูปไปรอบโบสถ์แล้วก็เดินต่อมายังศาลเจ้าแม่กวนอิมหรือศาลเจ้าเกียนอันเกง ที่ผู้ดูแลศาลเจ้าได้กรุณามาให้คำอธิบาย

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
บ้านวินเซอร์ (ด้านหน้า)

ออกจากศาลเจ้าก็เดินทางต่อไปยังวัดกัลยาณ์ จุดนัดพบทานอาหารเที่ยง ก่อนถึงวัดสมาชิกก็ตื่นเต้นกับบ้านโบราณ(ทราบภายหลังว่าชื่อบ้านวินด์เซอร์ ที่เป็นรูปแบบทางสถาปัตยกรรมของ “เรือนแบบขนมปังขิง” หรือเรือนมะนิลา อันเป็นรูปแบบของอาคาร ที่มีการตกแต่งประดับประดาด้วยไม้ฉลุเป็นลวดลายตามบริเวณหน้าจั่ว ช่องระบายอากาศ ลูกกรงระเบียง และรอบชายคา อันเป็นที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5)

ทั้งโบสถ์ซางตาครู๊ส ศาลเจ้าแม่กวนอิม และบ้านเก่าต่างก็อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา เราใช้ทางเดินเลียบแม่น้ำเดินไปตามสถานที่ต่างๆได้อย่างสะดวก เมื่อผ่านบ้านไม้เก่าไปก็สามารถเดินไปถึงวัดกัลยาณ์ได้เลย

วันนี้เดินน้อยกว่าเมื่อวานและไม่ค่อยมีแดด แต่อากาศอบอ้าว มาถึงวัดกัลยาณ์ด้วยเหงื่อเต็มตัวอีกตามเคย ทานข้าวหมกไก่ที่ทางทีมงานอสท.เตรียมไว้ให้จนหมด นั่งพักตากลมจนเหงื่อเริ่มแห้งก็ออกเดินสำรวจวัดเพราะยังไม่ถึงเวลานัดหมาย

ผมมุ่งหน้าไปยังพระอุโบสถก่อนเลย เพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะมากราบหลวงพ่อซำปอกง ซึ่งก็ได้กราบและทำบุญด้วย ตอนนี้รอบๆอุโบสถกำลังบูรณะ มีรั้วสังกะสีกั้นอยู่โดยรอบ เลยไม่สะดวกที่จะเดินไปถ่ายรูปสักเท่าไหร่

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
วัดกัลยาณ์
สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
หลวงพ่อซำปอกง

ออกจากวัดกัลยาณ์ก็เดินย้อนกลับไปทางเดิมเข้าทางซอยเล็กๆหน้าโบสถ์ซางตาครู๊ส เดินลัดเลาะไปตามทางแคบก็มาผ่านหลังบ้านวินเซอร์ สมาชิกก็ขอเข้าไปดูข้างในแต่เจ้าของบ้านไม่อนุญาตจึงเดินต่อไป

เดินมาไม่นานนักก็ถึงบ้านจันทภาพเป็นบ้านเล็กๆที่อยู่ในชุมชนนี้สร้างมานานแล้วกว่าร้อยปี เจ้าของบ้านให้พวกเราได้ชมชั้นบน และชี้ร่องรอยกระสุนสมัยกบฏแมนฮัตตันที่ตกเข้ามาและเก็บรักษาไว้

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
บ้านจันทภาพ

ร่ำลาท่านเจ้าของบ้านแล้วก็เดินลัดเลาะไปตามตรอกแคบๆ เพื่อไปดูเขาทำขนมฝรั่งกุฎีจีนอันเลื่องชื่อ

เจ้าของร้านก็ใจดีสาธิตการทำขนมให้พวกเราดูเป็นรอบที่สอง (เนื่องจากพื้นที่ภายในร้านไม่กว้างพอจะรับรองพวกเราได้ทั้งหมดในเวลาเดียวกัน พวกเราจึงถูกแบ่งเป็นสองกลุ่ม สลับกันไปตามจุดต่างๆ)

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
แต่งหน้าขนม

ก่อนออกจากร้านก็ช่วยกันอุดหนุนขนมโบราณนี้หลายถุง

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
พิพิทภัณฑ์บ้านกุฎีจีน

เราไปหยุดพักกันที่พิพิทภัณฑ์บ้านกุฎีจีน ซึ่งตอนนี้ส่วนที่เป็นพิพิทธภัณฑ์(ชั้นสอง)อยู่ระหว่างจัดเตรียมอยู่ยังไม่เรียบร้อย แต่ก็มีเครื่องดื่มเย็นๆจำหน่ายแก้ร้อน

จุดสุท้ายของวันนี้และกิจกรรมครั้งนี้คือมัสยิดต้นสน

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
มัสยิดต้นสน

เดินออกมายังถนนอรุณอัมรินทร์แล้วข้ามสะพานอนุทินสวัสดิ์ไปก็ถึงเลย

ท่านอิหม่ามได้กรุณามาให้คำอธิบายเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและความสำคัญของมัสยิดนี้

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
ท่านอิหม่ามให้คำอธิบาย

พวกเราได้มีโอกาสดูการละหมาดที่นี่ด้วย

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
การละหมาด

สถานที่สำคัญของมัสยิดนี้ก็คือกูบู(ที่ฝังศพ) ซึ่งที่นี่เป็นที่ฝังศพของจุฬาราชมนตรีด้วย

สุขกลางใจ ไกล้แค่เอื้อม
ที่ฝังศพ

จุดนี้คือจุดสุดท้ายของการอบรม หลังจากขอบคุณวิทยากรและคณะทำงานของอสท.แล้ว ต่างคนต่างก็หาทางกลับบ้านกัน ผมเดินออกจากมัสยิดย้อนมาทางวัดกัลยาฯ นั่งเรือข้ามฟากหน้าวัดมาที่ท่ามหาราชเพื่อต่อเรือด่วนมาที่ท่าสาธร

ขอขอบคุณคณะทำงานของอสท.ที่จัดกิจกรรมนี้และอยู่ร่วมกับพวกเราตลอดทั้งสามวัน ผมได้เพื่อนใหม่ๆและประสบการณ์ใหม่ๆมากมายทีเดียว

18 January 2017

#สุขกลางใจใกล้แค่เอื้อม #อสทtotheregion #เล่าเรื่องเล่าภาพบันดาลใจ

Ruthai Sivakomen Written by:

Be First to Comment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *