บันทึกกิจกรรม “ปลูกดาวเรืองด้วยหัวใจฯ”

15 กรกฎาคม 2560

มาถึงวันนี้ก็ใกล้พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเข้ามาทุกที ช่วงนี้ก็มีข่าวทางโซเชี่ยลที่ชักชวนกันปลูกดอกดาวเรือง(ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำพระองค์ในหลวง ร.9)กันให้บานสพรั่งในช่วงเวลาพระราชพิธีนั้น ก็ทำให้รู้สึกอยากมีส่วนร่วมด้วย แต่ตัวเองก็ยังไม่ได้ตระเตรียมอะไรเลย คิดว่าจะมีหน่วยงานใดบ้างไหมที่จะออกหน้าออกมาอำนวยความสะดวกแจกต้นกล้าให้ชาวบ้านไปปลูกกัน

ก็พอดีเปิดเจอเฟสบุุ๊คของพิภิธภัณฑ์ศิริราช จัดโครงการ“ชาวศิริราชร่วมถวายความอาลัย ปลูกดาวเรืองด้วยหัวใจ ถวายพระภูวไนยภูมิพล” ก็บอกกับตัวเองว่าอย่าลืมวันเปิดลงทะเบียนเด็ดขาด (อีกสองวันถึงวันลงทะเบียน)และต้องรีบด้วยเพราะรับจำนวนจำกัด

17 กรกฎาคม 2560

เช้านี้เกือบลืมไปแล้ว นึกขึ้นได้ก็รีบเปิดเฟสของพิพิธภัณฑ์ศิริราช แล้วก็รอเวลา สิบโมงตรงทางเฟสก็เปิดลงทะเบียน ผมก็เข้าไปลงทะเบียนด้วยการกรอกแบบฟอร์มซึ่งมีรายการไม่มาก เลือกขอรับเมล็ดและอุปกรณ์วันที่24 ตอนนี้ก็รอว่าผมจะเป็น1ใน2500คนหรือเปล่า (วันที่ขณะที่เขียน 18 กรกฎาคม)

ruthai.in.th

พันธุ์ดาวเรืองที่ทางพิพิธภัณฑ์แจกกลับไปให้เพาะนั้น “เป็นพันธุ์ไม้ประดับ มีชื่อว่า พรีเมียม เยลโล่ 9509 โดยเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะมีความสูงของต้นเพียง 30 เซ็นติเมตร กลีบดอกมีขนาดใหญ่เรียงซ้อนกันหลายชั้นเป็นวงกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 10 เซ็นติเมตร สามารถปลูกลงดินได้ หรือปลูกลงกระถางได้”

คงต้องมาติดตามดูกันละว่าจะเป็นอย่างที่บอกหรือเปล่า

20 กรฎาคม 2560

เพื่อความมั่นใจว่าที่ลงทะเบียนไว้ไม่ผิดพลาด เพราะได้ขอลางานไว้แล้ว จึงโทรศัพท์ไปสอบถามซึ่งก็ได้ทราบว่าการลงทะเบียนเรียบร้อย ทำให้หมดกังวลไปได้อีกเรื่องหนึ่ง

24 กรกฎาคม 2560

ออกเดินทางแต่เช้าเพื่อไปรับชุดปลูกดอกดาวเรืองที่ท่ารถไฟ โรงพยาบาลศิริราช

ระหว่างที่ยังไม่ถึงเวลา ก็เดินถ่ายรูปด้านนอกของพิพิธภัณฑ์บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ72พรรษาด้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอนเช้าอย่างนี้มีบรรยากาศสงบมาก นานๆจะมีคนเดินออกกำลังกายผ่านไปสักคน

เสียงเรือหางยาวที่วิ่งออกจากคลองบางกอกน้อยเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ระคนกับเสียงเครื่องยนต์เรือด่วนและเสียงนกหวีด ช่วยให้เจ้าพระยาเช้านี้คึกคักขึ้น

ยืนอยู่ตรงนี้ ตรงหัวมุมที่คลองบางกอกน้อยบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถมองภาพได้กว้างกว่า180องศา มองดูเรือหางยาว เรือด่วนวิ่งไปมา เพื่อส่งผู้คนไปยังที่หมาย หากมองไกลออกไปหน่อย ก็จะเห็นสะพานพระปิ่นเกล้าที่เชื่อมพระนครและธนบุรีไว้ด้วยกันใกล้กับทางไปท่ารถไฟก็พบป้ายบอกที่มาของสวนเฉลิมพระเกียรติ72พรรษา จึงขอคัดลอกมาดังนี้

สวนเฉลิมพระเกียรติ 72พรรษา :
คณะแพทย์ศิริราชพยาบาลได้ปรับปรุงสวนเฉลิมพระเกียรติ 72พรรษา ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยสร้างไว้บนพื้นที่ของสถานีธนบุรีเดิม เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลเดช เนื่องในมหามงคลวโรกาส เฉลิมพระชนมพรรษา 6รอบ 5 ธันวาคม พ.ศ.2542 ปัจจุบันสวนมีพื้นที่เพิ่มเป็น 12ไร่ อยู่รอบอาคารของสถาบันการแพทย์สยามินทราธิราช ปลูกสมุนไพรที่มีสรรพคุณรักษาโรคและบรรเทาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยไว้กว่า 150ชนิด ภูมิสถาปนิกได้ออกแบบให้สมุนไพรปลูกอยู่ในสภาพแวดล้อมในธรรมชาติ 3แบบคือ ป่าทุงหญ้า ป่าโปร่ง และป่าที่สมบูรณ์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนและประชาชนทั่วไป


ในสวนด้านริมแม่น้ำเจ้าพระยามีพลับพลาทรงไทยที่สวยงาม ประดิษสถานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระรูปสมเด็จเจ้าฟ้าศิริราชกกุฏภัณฑ์ พระราชโอรส รวมทั้งประดับประติมากรรมนูนต่ำที่แสดงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ใต้พลับพลามีอัฒจันทร์สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม


เนื่องจากสถาบันการแพทย์สยามินทราธิราชตั้งอยู่บนพื้นที่อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ด้วยเคยเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลัง มีแนวรากฐานป้อมกำแพงเก่า ภูมิสถาปนิกจึงออกแบบให้กำแพงเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองบางกอกน้อยเมื่อโดนแสงบางมุมจะให้ความรู้สึกเหมือนกำแพงวัง รวมทั้งสร้างประติมากรรมนูนสูงรูป ‘พระแกล’ หรือหน้าต่างของวังหลังเป็นสีทองจำนวน 9บานที่พื้นสระน้ำ ซึ่งอยู่บนชั้นที่8ของอาคารปิยมหาราชการุณย์ เพื่อรำลึกถึงพระราชวังหลังในอดีต

พื้นที่กว้างบริเวณนี้ตรงที่ใกล้กับพลับพลาทรงไทย มีซุ้มไม้เลื้อยอยู่ทำให้นึกไปถึงเมื่อครั้งหนึ่งตอนมาชมพิพิธภัณฑ์แล้วเจ้าหน้าที่ชี้ให้ดูดอกไม้ชนิดหนึ่ง แล้วบอกว่านี่คือดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยมหิดล แต่ตอนนั้นรีบเดินเลยไม่ได้หยุดดู วันนี้เมื่อพบกับซุ้มไม้เลื้อยนี่ก็ทำให้นึกถึง และคาดว่าน่าจะมีดอกไม้ดังกล่าวปลูกอยู่ เดินไปดูก็เป็นไปตามคาด ดอกไม้นี้ชื่อดอกกันภัยมหิดล

ดอกกันภัย

ซุ้มเดียวกันแต่อยู่อีกด้านหนึ่งคือดอกสายน้ำผึ้ง

สายน้ำผึ้ง

นั่งรอใต้ต้นลีลาวดีสักพัก ก็เห็นว่าเริ่มมีการลงทะเบียนกันแล้ว จึงไปที่จุดนัดหมายลงชื่อเสร็จแล้วก็ได้เวลาไปรับของ ซึ่งก็ได้ชุดอุปกรณ์มา
ประกอบด้วย
1. เมล็ดพันธุ์ดาวเรือง 4 เมล็ด
2. ถุงเพาะ 4 ถุง
3. ถาดเพาะพร้อมดินเพาะ 1 ชุด
4. ดิน 1 ถุง (6 กิโลกรัม)

มีผู้สนใจมาเข้าแถวลงทะเบียนขอรับชุดอุปกรณ์กันอย่างต่อเนื่อง

ก่อนกลับก็ไม่ลืมที่จะบริจาคสมทบทุนโครงการนี้ไปด้วย

ตามกำหนดการของโครงการ ผู้ที่รับเมล็ดพันธุ์ไปแล้วจะเริ่มปลูกพร้อมกันในวันที่ 6 สิงหาคม 2560

ทางโครงการแนะนำให้เอาเมล็ดไปเก็บไว้ในตู้เย็นก่อน ต้องถนอมมากเพราะมีขนาดเล็กและกลัวว่าจะทำให้ส่วนที่เป็นสีขาวและสีดำขาดออกจากกัน ซึ่งอาจจะทำให้ปลูกไม่ขึ้น

2 สิงหาคม 2560

3 สิงหาคม 2560

4 สิงหาคม 2560

5 สิงหาคม 2560

6 สิงหาคม 2560

หลังจากรอคอยมาหลายวัน อ่านวิธีเพาะหลายรอบแล้ว วันนี้ได้ลงมือเสียที จะเป็นห่วงก็เรื่องรดน้ำที่คงไม่ได้ทำตามคำแนะนำกับนกและหนู ศัตรูตัวร้ายที่อาจมารบกวน

8 สิงหาคม 2560

ผ่านไป1วันหลังจากเพาะเมล็ด วันนี้แอบดูผลงาน ดีใจมากที่งอกขึ้นมาตั้งสามต้น ดูจากต้นอ่อนแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ดูมันไม่ค่อยแข็งแรงเลย อีกต้นจะเป็นไงบ้างคงต้องคอยดูต่อไป   สู้ๆนะ

9 สิงหาคม 2560

 

มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้าง แต่หลุมที่สี่ ยังเงียบอยู่…
ให้น้ำแล้วก็ย้ายชุดเพาะออกมาที่มีแสงบ้าง แต่ไม่ได้รับแดดตรงๆ

12 สิงหาคม 2560

ย้ายชุดเพาะออกมารับแดด หวังจะให้หลุมที่สี่โผล่ขึ้นมาบ้าง

มาดูตอนเย็นพบว่าต้นที่สี่งอกออกมาแล้ว ดีใจมากเลย ส่วนสามต้นนั้นก็ดูแข็งแรง แม้จะเจอแดดมาทั้งวัน
ตอนนี้ก็ไม่ต้องเอาไปหลบแดดอีกต่อไป วางไว้ที่ตรงนี้น่าจะดี

13 สิงหาคม 2560

วันแห่งความช็อค เมื่อตอนเช้าจะมารดน้ำก็พบว่า สามต้นใหญ่ใบเลี้ยงหายไปหมด เหลือแต่ตอ

เข่าอ่อน หมดแรงเลย อุตส่าห์ปะคบประหงมมาตลอด ไม่รู้ว่าตัวอะไรมาฉกไปเสียนี่ ยังดีที่ต้นที่สี่นี่เพิ่งงอก เลยพ้นจากการเป็นอาหารไป เหลืออยู่ต้นเดียวนี่จะเลี้ยงให้โตรอดปากเหยี่ยวปากกาได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ รู้ตอนนี้ว่าหมดกำลังใจไปเลย

22 สิงหาคม 2560

ครบ16วันแล้วนับจากที่เริ่มเพาะเมล็ด ตอนนี้เจ้าต้นเดียวที่เหลือก็แตกใบอ่อนออกมาอีกคู่หนึ่ง แต่ก็ยังดูไม่ค่อยแบ็งแรงเท่าไหร่นัก วันนี้จะย้ายบ้านให้

นำดินที่ได้รับมาเทใส่ลงในถุงดำ ตามตำราบอกไม่ต้้องกดอัดดิน จึงเทลงไปพอเต็มถุง กดตรงกลางให้เป็นหลุมลงไปเล็กน้อยพอให้หย่อนต้นกล้าลงไปได้ ใช้ปลายไม้เล็กๆดันก้นต้นกล้าออกจากถาดเพาะจากรูข้างล่าง หย่อนลงไปในหลุม แล้วจึงรดน้ำให้ทั่ว เพื่อป้องกันไม่ให้มีตัวอะไรมากินได้อีก เอถ้วยกระดาษตัดก้นออก เจาะรูรอบๆ นำไปครอบต้นอ่อนนี้ไว้ แล้วเอาไปวางตากแดด

วันเดียวกันนี้ ได้รับเมล็ดพันธุ์จาก Go Bike มาอีก 4 เมล็ด ก็เลยจัดการปลูกทดแทนลงไปในถาดเพาะ 3 หลุมที่ว่างอยู่

26 สิงหาคม 2560

20วันหลังจากเพาะเมล็ด
ถ้วยสีแดงที่เห็นข้างหลัง เอามาเจาะรูรอบๆใช้ครอบตอนกลางคืน ป้องกันไม่ให้ตัวอะไรมากินยอด

2 กันยายน 2560 26วันหลังจากเพาะเมล็ด

วันนี้หยอดปุ๋ย(ปุ๋ยเม็ดละลายน้ำ)ลงไปหน่อย แล้วเอากากมะพร้าวมาโรยข้างบน (รูปนี้ถ่ายก่อนโรยกากมะพร้าว)

4 กันยายน 2560 เปิดครอบดูพบว่าต้นอ่อนล้มนอนราบไปกับพื้น คงเป็นเพราะตากฝนที่ตกหนักเมื่อคืน จึงกดดินรอบต้นลงไปให้ต้นยืนขึ้น เดี๋ยวค่ำนี้จะกลับมาดูสภาพ

สำรวจความเสียหาย พบว่าลำต้นหัก น่าจะโดนถ้วยที่ครอบไว้ล้มทับเพราะโดนฝน ก็เลยไม่รอดไปอีกต้นหนึ่ง

ต้นนี้เป็นต้นสุดท้ายในจำนวน4เมล็ดที่ไปรับมาจากพิพิธภัณฑ์ศิริราชมา

 

(6 กันยายน 2560)

Ruthai Sivakomen Written by:

Be First to Comment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *