ทำบุญที่โรงพยาบาลสงฆ์

#บันทึกการเดินทาง

ผมออกจากบ้านเก้าโมงกว่า ขี่จักรยานไปจอดไว้ที่สวนสาธารณะแล้วก็นั่งสองแถวมาลงที่หน้าตลาด วันนี้รถเมล์มาค่อนข้างเร็ว อาจเพราะว่ายังเช้าอยู่ก็ได้ ลงสองแถวก็พอดีรถเมล์มาพอดีก็เลยขึ้น ทั้งที่กำลังคิดว่าจะไปทางไหนดี (คือดูสายรถที่ผ่านมาว่าไปไหนกันบ้าง จะผ่านจุดที่เราต้องการไปหรือเปล่า อ้อ! ประเมินเวลาที่ใช้และค่ารถด้วย)


ศาลหลวงปู่ฤาษีชีวกโกมารภัจจ์

ขึ้นมาแล้วก็นั่งคิดว่าจะไปลงที่ไหนดี เพราะถ้าปกติไปโรงพยาบาลสงฆ์ก็ใช้รูปแบบเดิมๆคือไปลงอุดมสุขแล้วต่อBTS ลงสถานีพญาไท แล้วเดินเอา พึ่งสองขานี้บ่อยๆสงสารเหมือนกัน บางทีก็คิดว่ามันมีการเดินทางหรือเส้นทางที่สะดวก(เดินน้อย)กว่านี้ไหมนะ แน่นอนล่ะมันต้องมี เพียงแต่เราไม่รู้เท่านั้น ความรู้เรื่องถนนและเส้นทางที่มีอยู่ มันเก่าไปหน่อย ถนนมันตัดใหม่เพิ่มมากขึ้น รถเมล์ก็เปลี่ยนแปลงเส้นทางวิ่งจนต้องเอาความจำที่มีอยู่มากางออกแล้วเอาเส้นทางใหม่เขียนต่อ หรือไม่ก็เขียนทับความจำเก่าๆลงไปเลย พูดง่ายก็คือการอัพเดตความจำนั่นเอง

คิดไปแล้วก็สับสน จึงตัดสินใจว่าไปขึ้นรถไฟฟ้านั่นแหละดีที่สุด เพิ่งเริ่มเดินทาง อย่าเพิ่งเปลี่ยนวิธีใหม่หมดเลย ความคิดความรู้สึกเดิมที่มีอยู่มันตามไม่ทัน ค่อยๆปรับไปละกันนะ

ขึ้นบันไดเลื่อนไปก็เจอรถเข้าสถานีมาพอดี รีบเดินเข้าไปพร้อมกับนึกว่าวันนี้ไม่ต้องเสียเวลารอ

สักพักก็ถึงสถานีพญาไท เดินออกไปทางออกที่จะไปตึกCP3 ถนนศรีอยุธยา ผ่านกลุ่มมอร์ไซวิน ดูจากป้ายราคาแล้ว นั่งซ้อนไป 20บาทเอง พอสติกลับมาก็เปลี่ยนใจ เดินต่อไปดีกว่า เพราะทุกครั้งที่นั่งซ้อนมอร์ไซ ต้องมีปัญหาขัดยอกเอวบ่อยๆ และนานกว่าจะหาย ทรมานมากทีเดียว นั่งยังไงก็ไม่ถนัด

ข้ามถนนไปเดินอีกฝั่งดีกว่า(ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนสันติราษฎร์) พอเดินผ่านท่ารถก็พบกับป้ายหยุดรถประจำทาง บนป้ายบอกว่ามีสายใดผ่านบ้าง ก็เลยแวะดู พอดีกับนายท่า(นางท่า-เป็นผู้หญิง) มาถามว่าจะไปไหน ก็เลยบอกว่าอยากรู้ว่าจะมาโรงพยาบาลสงฆ์นี่ ใช้รถสายไหนมาได้บ้างถ้ามาจากบ้าน เขาก็ให้คำแนะนำมา เราก็ขอบคุณเขาแล้วมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย เดินต่อมาก็คิดได้ว่า ดีแฮะ มีเรื่องมาเบี่ยงเบนความสนใจเราระหว่างเดินนี่ ทำให้รู้สึกว่าเส้นทางมันไม่ไกลสักเท่าไหร่ ลืมความเหนื่อยและเมื่อยไปได้ช่วงนึง

เมื่อถึงที่หมายก็เข้าไปกดบัตรคิว วันนี้แทบไม่มีคนมาบริจาคเลย ผมเข้าไปสักพักเจ้าหน้าที่ก็เรียกเลย เราต้องเขียนชื่อ(ที่จะให้เขาออกใบเสร็จ) กับจำนวนเงินที่จะบริจาคลงในกระดาษชิ้นเล็ก แล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่ เขาจะถามว่าจะให้ระบุวัตถุประสงค์ของการบริจาคข้อไหนดี เช่นเป็นค่ายา ค่าภัตตาการ ค่าอื่นฯลฯ หากเราเจาะจงเรื่องไหนก็บอกเขาไป ผมเลือกอื่นๆ เพราะมันรวมทุกข้อข้างต้นไว้หมด 

ระหว่างที่รอพิมพ์ใบเสร็จรับเงินบนเคาน์เตอร์ก็มีฉลากกาชาดวางอยู่สองเล่ม ผมก็เลยอุดหนุนมาอีก1ฉบับ

ขากลับที่จะลืมมิได้คือไปไหว้หลวงปู่ฤาษีชีวกโกมารภัจจ์(Wiki: แพทย์ประจำพระองค์พระโคตมพุทธเจ้า พระเจ้าพิมพิสาร  และพระเจ้าอชาตศัตรู) ขอพรจากท่านแล้วจึงเดินกลับออกมา 

เดินย้อนกลับมาทางเดิม เพราะเมื่อตอนขามา เห็นว่ามีรถปรับอากาศ203วิ่งผ่านไป ซึ่งสายนี้ก็น่าจะกลับได้ดีกว่านั่งรถไฟฟ้า จึงไปถามนายท่าคนเดิม ซึ่งรถดังกล่าวไม่ผ่านแต่รถของนายท่า(R26E) ขึ้นตรงนี้ผ่านบางแก้ว ผมก็ตกลงเลยแม้ว่าจะรอนานสักหน่อย และอยากรู้ว่าสายนี้ผ่านที่ไหนบ้าง ครั้งต่อไปจะได้เป็นตัวเลือกอีกสายนึง

รอนานเหมือนกันกว่ารถจะมา เพราะรถเพิ่งออกไปก่อนที่ผมจะไปถามนายท่านิดเดียว นายท่ากวักมือเรียกผมตามไปขึ้นรถที่กำลังเข้ามาจอด เลือกที่นั่งได้แล้วก็ค่อยยังชั่วหน่อยในรถมีแอร์อ้อลืมบอกไปว่าค่ารถนั้นราคาเต็มอยู่ที่ 27บาท ผมลองจับเวลาดูตั้งแต่รถออกไปจนถึงลงที่โลตัสบางแก้ว(ปากทางเข้าม.ราม2) ประมาณชั่วโมงกับสิบกว่านาที นี่คือเส้นทางที่ผมโดยสารมา

จุดที่รอคือท่ารถอยู่ฝั่งตรงข้ามสถานีตำรวจพญาไท ตรงไปตามถนนศรีอยุธยา เลี้ยวซ้ายผ่านเขตราชเทวี /อนุสาวรีชัยฯ(ไม่จอดฝั่งราชวิถี จอดฝั่งดินแดง) /ลงอุโมงค์ดินแดง โบสถ์แม่พระ /อโศกดินแดง/แยกฟอร์จูน ถนนพระราม9(ผ่านซอยอากาเว่)/ผังเมือง/ยกระดับพระราม9/เข้าถนนศรีนครินทร์(วิภาราม-คลองตัน)แยกพัฒนาการ/ธัญญาพาร์ค/ซีคอนสแควร์/พาราไดซ์/แยกศรีอุดม/โนโวเทล/บางนาตราด/บางแก้ว โลตัส

แวะทานกลางวันที่โลตัสก่อนจะนั่งสองแถวกลับไปสวนสาธารณะ

ถึงบ้านไม่ได้ดูนาฬิกา เดาว่าน่าจะไม่เกินบ่ายสองโมง

วันที่เดินทาง วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

หมายเหตุ : ผู้เขียนหันมาใช้รถเมล์/รถไฟฟ้าทั้งบนดินและะใต้ดิน ในการเดินทางแทนการขับรถ

Ruthai Sivakomen Written by:

Be First to Comment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.