ทริปด่วนไปอินโดนีเซีย Day 2

เมื่อวานนี้ (Day 1) คือวันที่เดินทางมาถึง

Day 2

วันนี้เริ่มต้นด้วยการตื่นแต่เช้าเพราะต้องออกเดินทางเจ็ดโมงตรง

ผมลงมาแล้วตรงไปห้องอาหารเลย เจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นที่มาด้วยไม่ค่อยสนใจอาหารเช้า ยิ่งวันนี้เช้ามากๆ เขาเลยบอกผมให้ทานไปก่อน ไม่ต้องรอ

เมนูอาหารก็เหมือนทั่วๆไป แต่ผมก็พลาดไปตักเอาเบคอนที่ทำจากเนื้อวัวมา ลืมบอกไปว่าผมไม่ทานเนื้อ ครั้งแรกที่เห็นก็รู้สึกแปลกๆที่สีมันเข้มกว่าปกติ แต่คงหิวมากไม่ได้ดูป้ายชื่อ รีบร้อนตักใส่จานมา จนมานั่งที่โต๊ะแล้วจึงรู้ว่าเป็นเนื้อจริงๆ จึงต้องกันออกไปข้างๆ จัดการกับอาหารอื่นต่อไป นอกจากไส้กรอก ขนมปังแล้ว ก็มีพวกเส้นผัดด้วย ผมไม่ชอบเพราะมันจะทำให้เลี่ยนแต่เช้า ก็เลือกเมนูแบบเดิมๆตามด้วยไข่ดาว

อาหารเช้ามื้อแรก
อาหารเช้ามื้อแรก

มื้อนี้ถูกกำชับให้ทานเข้าไปเยอะๆ เพราะต้องไปทำงานในโรงงาน เดี๋ยวหิวเร็วก็จะหาอะไรทานไม่ได้ ผมก็เลยทำตามคำสั่ง

รถที่มารับ มาถึงก่อนเจ็ดโมงเล็กน้อย แต่เราก็พร้อมกันแล้วจึงเริ่มออกเดินทาง ระหว่างทางก็ถ่ายรูปไปเรื่อยๆจนเมื่อย พอขึ้นทางด่วนได้รถก็เริ่มติด ผมจึงหลับตาพักไปก่อน รู้สึกว่ารถเข้า-ออกระบบทางด่วนหลายครั้ง สังเกตุจากการที่คนขับรถต้องจ่ายค่าผ่านทางบ่อยๆ

สภาพการจราจรตอนเช้า
สภาพการจราจรตอนเช้า
บรรยากาศสองข้างทาง
บรรยากาศสองข้างทาง

หลังจากวิ่งมานานก็ถึงโรงงานลูกค้า แต่มาก่อนเวลาเกือบชั่วโมง ใช้เวลาไปสองชั่วโมงกว่าๆ เขาเผื่อเวลารถติดไว้ เมื่อยังไม่ถึงเวลานัดหมายแต่มีเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ช่วยและก็เป็นคนที่ส่งข้อมูลให้ผมทางอีเมลล์ เราจึงคุยกันก่อนก่อนที่ทางคนญี่ปุ่นเขาจะคุยกัน คุยกันสักพักเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นก็ออกมาเราก็เลยสรุปเรื่องราวให้เขาฟัง ญี่ปุ่นของเราก็เสริมและแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ทำให้ไม่ได้ใช้เวลาประชุมนานนัก เสร็จจากนั้นเราก็ขอตัวเดินทางไปโกดังเก็บสินค้า ที่สินค้าของเราถูกส่งมาที่นี่ โกดังนี้อยู่ไม่ไกลจากโดรงงานลูกค้ามากนัก

บริเวณนี้โดยรอบคือนิคมอุตสาหกรรม ที่นี่เปิดมานานแล้ว มีโรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะยานยนต์ตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก เช่นโตโยต้า อีซูซุ และไดฮัทสุ เป็นต้น

ภาพที่เห็นจนชินตา
ภาพที่เห็นจนชินตา

เมื่อมาถึงโกดังเก็บสินค้า เราก็พบพนักงานของบริษัทในเครือที่ถูกส่งมาช่วยแก้ไขงานกำลังทำงานกันอยู่ เราก็ตรวจสอบสภาพทั่วๆไปได้ไม่นานก็ติดพักเที่ยง เราออกไปทานอาหารที่ร้านข้างนอกนิคมฯ มื้อนี้ผมเลือกเป็นอาหารญี่ปุ่น ราเม็ง ชามใหญ่ช่วยแก้หิวได้เป็นอย่างดี เสร็จแล้วก็กลับไปทีโกดังอีก

เราเข้าไปช่วยพนักงานเข้าแก้ไขงาน แต่ทำไม่ได้มากนักเนื่องจากขาดเครื่องมือ ทำได้แต่เพียงช่วยแกะงานอกกจากกล่อง แล้ววางเรียงไว้รอให้คนที่มีเครื่องมือมาทำต่อไป ขณะทำผมก็ตรวจสอบงานไปในตัวด้วย

จากการที่เราเข้าไปช่วยทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น เลยขอให้นำสินค้าที่มีในสต็อคทั้งหมดเอามาเรียงรอแก้ไข

ผมช่วยอยู่พักก็ทนไม่ไหว ต้องออกมานั่งพักด้านนอก อากาศร้อน เหงื่อออกมาก จนต้องวานให้คนขับรถไปหาซื้อน้ำเย็นมาแจกกันดื่มเพื่อบรรเทาความกระหาย

เกือบสี่โมงเย็นเราก็ขอตัวกลับก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด และอีกอย่างคือสินค้าที่เหลืออยู่มีไม่มากแล้ว พนักงานที่มาช่วยแก้ไขสามารถทำให้เสร็จทั้งหมดภายในวันนี้ได้เอง

ก่อนกลับก็ประชุมสรุปกับลูกค้าอีกครั้ง ด้วยว่าจะมีของงวดใหม่เข้ามาที่โกดังราววันที่สิบสี่ กับวันที่ยี่สิบเดือนนี้ ลูกค้าขอให้เข้ามาแก้ไขอีกในวันที่สิบแปดเป็นต้นไป

ตลอดทางที่กลับไม่ได้พูดคุยอะไร เจอฝนระหว่างทางเล็กน้อย แต่รถติดมาก จึงเลือกที่จะมาทานข้าวเย็นที่มอลล์ใกล้โรงแรมน่าจะดีกว่า ที่อื่นก็ไม่รู้จัก และที่สำคัญจะได้ไปดูซื้อของที่ร้าน ยูนิโคล่ที่กำลังลดราคาด้วย

มาถึงมอลล์ก็รู้สึกแปลกตา ค่ำนี้ผู้คนไม่รู้ว่ามาจากไหน คึกคักเดินกันขวักไขว่ ผิดกับเมื่อวานที่ร้างผู้คน

ภายในร้านอาหาร
ภายในร้านอาหาร

ผมคุยกับเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นว่ามื้อนี้เราน่าจะลองอาหารอินโดนีเซียดู ซึ่งเขาก็ตกลง จึงบอกสมาชิกที่มาด้วยแล้วชวนกันมาหาร้านที่มีอาหารหลายๆแบบรวมถึงอาหารอินโดนีเซียด้วย

ข้าวผัด
ข้าวผัด

ดูรายการอาหารก็ไม่เข้าใจนัก เขาจึงเอารูปมาให้ดู เป็นเมนูอาหารอาเซี่ยนซึ่งมีผัดไทด้วย ดูๆไปก็พบอาหารรายการหนึ่งน่าทานมาก จึงตกลงใจสั่งมาทาน และเลิกสั่งอาหารอินโดนีเซีย(เท่าที่เห็นเป็นข้าวผัด)  มารู้ภายหลังว่าที่ทานไปนั้นเป็นอาหารสิงค์โปร์ แม้แต่เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นก็ยังชอบเลย

น่าทานกว่าไหมครับ?
น่าทานกว่าไหมครับ?

อิ่มหนำกันดีแล้วเราก็บอกกับคนที่พามาให้เขากลับก่อน เราจะเดินดูในมอลล์นี้กันสักพัก แต่คงด้วยความเป็นห่วงคนต่างถิ่นอย่างเรา เขาบอกว่าจะรอ เราก็เลยรีบไปที่ร้านเป้าหมายโดยไม่ต้องถามกันเลย

เมื่อไปถึงเราก็ตรวจสอบว่าเทศกาลลดราคานั้นจะลดไปถึงเมื่อไหร่ ก็พบว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย นั่นหมายความว่าถ้าจะซื้อก็ต้องซื้อวันนี้เดี๋ยวนี้เลย ผมก็เลยเช็คราคากลับมาทางประเทศไทยว่าสินค้าบางอย่าง เช่นเสื้อกันหนาว ราคาที่เมืองไทยเท่าไหร่ ราคาที่นี่ถูกหรือแพงกว่า ก็ได้รับคำตอบจากผู้รู้ว่าน่านจะเท่าๆหรือแพงกว่าเมืองไทย ถ้าไม่ได้ต่างกันมากมายก็ไม่น่าซื้อมา แม้จะเดินไปดูสินค้าชนิดอื่นมาเปรียบเทียบด้วยแล้ว ราคาที่นี่แม้จะลดแล้วก็ไม่น่าซื้อเท่าไหร่ เราจึงตัดใจกลับออกมาและไม่ได้แวะที่ไหนอีก ฝ่ายคนที่รอก็ตกใจว่าไปเดี๋ยวเดียวเอง คะยั้นคะยอให้ไปดูต่อ ไม่ต้องเกรงใจเขา แต่เราไม่มีเป้าหมายอื่นแล้ว และก็เหนื่อยมาทั้งวัน จึงพากันกลับโดยเขาไปส่งที่โรงแรม

พรุ่งนี้ตื่นสายได้หน่อยเพราะเขาจะมารับแปดโมงครึ่ง ก็เลยนั่งสรุปงานที่ผ่านมาวันนี้กับเมื่อวาน แล้วจึงเข้านอน

ฤทัย ศิวะโกเมน

Ruthai Sivakomen Written by:

Be First to Comment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.