ทริปด่วนไปอินโดนีเซีย Day 3

Day 3

วันนี้ไม่ต้องตื่นเช้ามากนัก ก็เลยชวนเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นมาทานข้าวเช้าด้วยกัน

ขณะนั่งรอก็สังเกตุเห็นว่าที่พักนี่ไม่มีบ๋อย และเขาก็ไม่เรียกโรงแรม แต่ใช้ชื่อว่าเรซิเด็นซ์ พบเห็นคนขี่จักรยานพาจักรยานเข้ามาขึ้นลิฟท์ไปห้องพักก็มี น่าจะคล้ายๆกับเซอร์วิสอพารท์เมนต์

เมื่อเข้ามาในห้องอาหาร และเพื่อให้คลายสงสัยจึงเดินไปดูป้ายอาหาร ก็ชัดเจนว่าเป็นเบคอนที่ทำจากเนื้อ ผมเลยเลือกไก่ทอดมาแทน แต่มันเย็นแล้วจึงไม่อร่อยเท่าไหร่ เลือกตักอาหารที่เป็นแบบเดิมๆที่คุ้นเคยมาทาน

แบบเดิม เปลี่ยนเบคอนเป็นไก่ทอด
แบบเดิม เปลี่ยนเบคอนเป็นไก่ทอด

คนขับรถมาตรงเวลาเป๊ะ เราก็ขึ้นรถไปตามเส้นทางเดิม เช้านี้รถติดน้อยหน่อย คงเป็นเพราะว่าสายแล้ว

เรามาถึงโรงงานในเครือแล้วก็เริ่มประชุมกันเลย เสร็จจากประชุมก็ขอเข้าไปดูโรงงานสักหน่อยไหนๆก็มาถึงแล้ว

มีข้อสังเกตุว่าถนนหนทางภายในโรงงานไม่ได้ทำกว้างขวางนัก ถ้ารถจะสวนกันก็ต้องชิดขอบทางมากๆและต้องค่อยๆขับไป ไม่เหมือนที่เมืองไทยที่รอบอาคารโรงงานจะมีถนนกว้างขวาง ดูเหมือนเขาจะใช้พื้นที่ให้เต็มประสิทธิ์ภาพ ภายในโรงงานแม้จะเป็นการทำงานที่ต้องใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ แต่ก็ดูโล่ง สบายตา เพราะการจัดวางชั้นวางของสูงไม่เกินระดับสายตา ไฟฟ้าส่องสว่างก็เปิดน้อยมาก เขาใช้หลังคาที่มีกระเบื้องโปร่งแสง ปล่อยให้แสงธรรมชาติเข้ามา แต่ก็ไม่รู้สึกร้อน ยิ่งพัดลมด้วยแล้วมีบางจุดและเสียงไม่ดังเลย พื้นและอุปกรณ์โดยรอบสะอาดมาก ไม่น่าเชื่อว่าลักษณะการทำงานแบบนี้จะสามารถดูแลความสะอาดได้ขนาดนี้ พนักงานที่นี่น่าจะมีระเบียบวินัยดี เรายังรู้สึกทึ่งในความสะอาดและเป็นระเบียบของที่นี่จนอดที่จะเอ่ยปากชมไม่ได้

วันนี้ไม่มีกำหนดการอะไร จากนี้ไปจึงเป็นเวลาอิสระ เขาจัดผู้จัดการมาคอยดูแลเราหนึ่งคนแทนคนเมื่อวานที่ติดงาน

เราก็ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน จึงขอให้เขาพาไปดูสถานที่ที่แสดงวัฒนธรรมของอินโดนีเซีย เช่นวัดหรือสถานที่โบราณเป็นต้น เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะพาเราไปไหน แต่ก่อนอื่นต้องหาที่ทานมื้อกลางวันกันก่อน

ร้านอาหารที่เรามาทานมื้อกลางวันนั้น ทำอาคารคล้ายกับเรือ ข้างในแบ่งเป็นห้องๆ อ้อ! ห้องคาราโอเกะนั่นเอง เขาให้เราเลือกอาหาร ซึ่งก็ไม่รู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไร จึงบอกเขาว่าเอาที่เป็นซีฟู้ดดีกว่า นอกจากนี้ก็มีต้มยำกุ้งมาซดน้ำด้วย

ร้านอาหาร
ร้านอาหาร
อาหารเรียกน้ำย่อย
อาหารเรียกน้ำย่อย

มีอาหารทานเล่น มีรสหวานกับเต้าหู้ทอด(ที่เย็นชืด)มาทานก่อน

อาหารทานเล่น อีกจาน
อาหารทานเล่น อีกจาน

ในห่อนี้เหมือนขนมจาก แต่ข้างในเป็นเนื้อปลา จิ้มน้ำจิ้มรสเผ็ด พอทานได้

มีกับข้าวสองสามอย่าง ทานกับข้าวผัด

กะทะร้อน กุ้งและเต้าหู้
กะทะร้อน กุ้งและเต้าหู้
ปลา
ปลา

ร้านนี้ไม่น่าจะเน้นรสชาติ น่าจะเน้นคาราโอเกะมากกว่า เพราะรสชาติอาหารก็ธรรมดา ต้มยำกุ้งก็ไม่มีกุ้งสักตัวมีแต่เนื้อปลา แต่ที่สำคัญอาหารไม่ร้อนเลย แม้จะเสริฟมาในแบบที่มีไฟอุ่นมาด้วย แต่ก็เหมือนตั้งมานานก่อนมาเสริฟ เมื่ออาหารมาถึงจึงเย็นชืดไปหมด

ทานกันอิ่มดีแล้วก็ร้องเพลงกันคนละเพลงสองเพลงจึงออกเดินทางต่อ

ออกมาก็พอดีเจอฝน ฝนตกหนัก ลมแรง แต่ก็ตกไม่นาน

มองเห็นเมฆฝนอยู่ลิบๆ
มองเห็นเมฆฝนอยู่ลิบๆ

จากร้านอาหารก็พากันเดินทางเข้ามาในเขตจาร์กาตาร์ ตะวันตก

ตึกเก่าที่ร้างผู้คน
ตึกเก่าที่ร้างผู้คน

ระหว่างทางก็เหมือนเข้ามาในเมืองเก่า ที่มีตึรามบ้านช่องที่ไม่ทันสมัยนัก

ที่รกร้าง รอการพัฒนาก็มีให้เห็นตลอดทาง

อาคารเก่า
อาคารเก่า

เขาพาเราลัดเลาะจากถนนใหญ่เข้าซอยเล็กๆ วนเวียนไปมา

จนมาหยุดที่หน้าวัดจีนแห่งหนึ่ง

Dewi Wihara Dharma Bhakti
Dewi Wihara Dharma Bhakti

ผมผิดหวังเล็กน้อย เพราะเสียเวลาเดินทางมาตั้งนาน วัดนี้เป็นวัดจีนไม่ใหญ่นัก ภายในมีเทวรูปต่างๆจัดวางไว้หลายแห่ง แม้จะแลดูเก่าแต่ก็สวยงาม

เมื่อเข้าไปถึง
เมื่อเข้าไปถึง

 

เทวรูป
เทวรูป

ผมเดินดูรอบๆ ไม่ได้ทำบุญเลยเพราะลืมเอากระเป๋าตังค์ลงมาจากรถ นึกโมโหตัวเองอยู่เหมือนกัน

คนจัดระเบียบจอดรถ
คนจัดระเบียบจอดรถ

บริเวณรอบๆวัดก็จะมีคนทั้งหญิงและชาย รวมถึงเด็กๆมานั่งรอคนทำบุญอยู่ แต่ไม่มีการเข้ามาแบมือขอ หรือมารบกวนเราแต่อย่างใด

ผมไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ที่อุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกล ได้ดูนิดเดียว เพราะต้องรีบกลับก่อนเวลาเร่งด่วนที่รถจะติดมาก

เขาพาเราไปดูตลาดของคนจีนก่อนกลับซึ่งก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย

ตลาดไชน่าทาวน์
ตลาดไชน่าทาวน์

กลับมาถึงที่พักก่อนค่ำเล็กน้อย พักผ่อนสักครู่ก็ลงมาข้างล่างเพื่อออกไปทานอาหารค่ำ ผมและเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเลือกที่จะเดินจากโรงแรมที่พักมายังมอลล์ใกล้ๆ(ที่มากันทุกวัน)

เดินออกไปทางด้านข้างของโรงแรม ข้ามถนนใหญ่แล้วเดินลัดเลาะมาอีกหน่อยก็เข้าเขตมอลล์แล้ว วันนี้คนยังไม่มากนักจึงเดินเลือกว่าจะทานอะไรกันดี มาถึงหน้ามอลล์ก็เหลือบเห็นร้านโอโตย่าที่ตั้งอยู่บนชั้นสอง ก็เลยตกลงกันว่าจะทานอาหารญี่ปุ่น เราเดินขึ้นไปบนชั้นสองที่ทำเป็นดาดฟ้า มีที่นั่งทานอาหารและมองเห็นวิวด้านล่างรอบๆ

มองจากดาดฟ้า
มองจากดาดฟ้า
ร้านโอโตย่า
ร้านโอโตย่า

เมนูก็เหมือนกับเมนูที่เมืองไทย แต่เราเลือกที่นั่งในร้านที่มองเห็นทางเข้ามอลล์ได้ ซึ่งตอนนี้มืดแล้ว ผู้คนก็มากขึ้น ไฟจากร้ารวงต่างๆก็เปิดกันสวยงาม

มองจากที่นั่ง
มองจากที่นั่ง
ใกล้เข้าไปอีกหน่อย
ใกล้เข้าไปอีกหน่อย

หลังจากทานกันอิ่มดีแล้วก็ชวนกันกลับ โดยไม่ได้เข้าไปดูในมอลล์เลย

เดินกลับมาทีพักจึงเห็นว่ามีร้านสะดวกซื้ออยู่ในอาคารนี้ด้วย ที่เห็นเพราะมีแสงไฟสว่างออกมานอกอาคาร จึงเดินไปดู ร้านนี้อยู่ในซอกด้านหลังเคาน์เตอร์ต้อนรับของโรงแรม อยู่มาไม่เคยรู้เลยว่ามี และจากการเดินทางมาสองวันสังเกตุดูตามข้างทางไม่เห็นมีร้านเซเว่นเลย จะมีก็แต่ร้านแฟมมิลี่มาร์ท ซึ่งก็พบเห็นน้อยมาก ไม่รู้ว่าทำไม หรือว่าไม่เป็นที่นิยม

ถึงโรงแรมก็แยกย้ายกันไปพัก ผมก็จัดเตรียมกระเป๋าสำหรับการเดินทางพรุ่งนี้ รถจะมารับเราไปสนามบินเก้าโมงตรง

ฤทัย ศิวะโกมน

 

Ruthai Sivakomen Written by:

Be First to Comment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.