วัดประยูรวงศาวาส

เป็นตอนหนึ่งของ”สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม -วันที่สาม”

วัดประยูรวงศาวาสสร้างในสมัยรัชกาลที่3 โดยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) ใช้เวลาสร้าง8ปี(2371)

สำหรับผมแล้วผมคุ้นเคยกับวัดนี้เมือตอนที่ผมยังเด็กอยู่ จำได้ว่าวัดนี้มีเต่ามาก มาวันนี้เปลี่ยนแปลงไปแถบหาอดีตไม่เจอ บ่อเต่าที่เป็นบ่อจริงๆ อยู่กัพวกเต่าอยู่กันอย่างตามมีตามเกิด เดี๋ยวนี้ถูกปรับปรุงให้สวยงามและเรียกว่า “เขามอ” ได้ความรู้เพิ่มมาอีกว่าที่เขามอแห่งนี้ คือที่แรกในประเทศไทยที่มีการผ่าตัดนอกสถานที่เกิดขึ้น เนื่องจากในการฉลองวัดในปี2380ได้เกิดพลุระเบิดและหมอบรัดเลย์ต้องทำการผ่าตัดรักษาผู้ประสบเหตุทันที

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
ทางเข้าเขามอ
สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
ภายในบ่อเต่า

วันที่ผมไปกำลังปรับปรุงวิหารพระพุทธนาคอยู่ จึงไม่ได้เห็นความงามของพระวิหารด้านนอก แต่ก็ได้กราบพระพุทธนาคและพระบรมสารีริกธาตุในพระวิหาร ซึ่งในพระวิหารนี้มองไปทุกๆด้านเราจะไม่เห็นภาพเขียนบนผนังเหมือนกับวัดอื่นๆเลย

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
วิหารพระพุทธนาค
สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
พระพุทธนาค

นอกจากนี้แล้วที่เป็นจุดสำคัญของวัดได้แก่พระบรมมหาธาตุเจดีย์ที่สร้างขึ้นหลังจากสร้างวัดแล้วเสร็จสิ้นในสมัยรัชกาลที่4 ปัจจุบันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูนิเซฟ พระบรมมหาธาตุเจดีย์เป็นเจดีย์องค์ใหญ่ทรงกลม สัณฐานรูปโอคว่ำ สูง 60.525 เมตร และมีพระเจดีย์องค์เล็ก 18 องค์เรียงรายรอบเจดีย์องค์ใหญ่ พระบรมธาตุมหาเจดีย์นี้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุตั้งแต่ปี 2450

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
พระบรมธาตุมหาเจดีย์

ก่อนที่จะเข้าไปในพระบรมมหาธาตุเจดีย์ก็จะมีพิพิทธภัณฑ์ของวัดเดิมคือหอสมุดพรินทร์ปริยัติธรรมศาลา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บของสำคัญๆของวัด

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
หอสมุดพรินทร์ปริยัติธรรมศาลา
สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
ภายในพิพิทธภัณฑ์

ผ่านเข้าไปก็จะพบทางเข้าไปสู่พระบรมมหาธาตุเจดีย์ เดินขึ้นไปข้างบนตามทางเดินแคบๆจะพบทางเข้า

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
ทางเดินรอบพระบรมมหาธาตุเจดีย์

 

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
ทางขึ้น

และเมื่อเข้าไปจะเห็นเสาแกนกลาง หรือเสาครูขนาดใหญ่ มีขนาดกว้างด้านละ 2 ม. สูง 18 ม. หนักถึง 144 ตัน ก่อด้วยอิฐโบราณ สอด้วยปูนหมักน้ำอ้อยและกาวหนัง เสาแกนกลางดังกล่าวใช้เป็นศูนย์กลางรัศมีวงกลมของเจดีย์ และเป็นเสาหลักสำหรับวางพาดไม้นั่งร้านในขณะก่อสร้างองค์เจดีย์ และยังเป็นเสาค้ำบัลลังก์ปลียอดเจดีย์อีกด้วย

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
ฐานเสาครู
สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
เสาครู

ซึ่งเจดีย์ที่มีเสาอิฐเป็นแกนกลางเช่นนี้ นับเป็นหนึ่งเดียวของเจดีย์ในยุครัตนโกสินทร์เลยทีเดียว เจดีย์นี้ได้ผ่านการบูรณะเนื่องจากยอดเจดีย์เอียง ต้องปรับแก้เสาครูภายในเจดีย์ให้ตั้งตรง สำหรับทางออกจะต้องลอดช่องเล็กๆออกมา

สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
ทางออก
สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม
พระวิหารและพระอุโบสถมองจากพระบรมมหาธาตุเจดีย์

ข้อแตกต่างของเจดีย์องค์นี้กับเจดีย์ทั่วๆไปก็คือเราสามารถเขาไปชมภายในได้ ซึ่งถ้าเป็นเจดีย์ทั่วๆไปจะไม่สามารถเข้าไปดูข้างในได้คงดูหรือเดินรอบนอกเจดีย์เท่านั้น (ขอบคุณนิตยสาร อสท. “เล่าเรื่อง เล่าภาพ บันดาลใจ” และข้อมูลจาก เว็ปไซต์http://www.manager.co.th)

ผู้สร้างวัดประยูรวงศาวาส คือสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) สมภพเมื่อพ.ศ.2331ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่1 บิดาคือเจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ผู้เป็นต้นสกุล “บุนนาค” มารดาคือเจ้าคุณหญิงนวล ผู้เป็นกนิษฐาภคินีของกรมสมเด็จพระอมรินทรามาตย์และพระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เพราะเหตุที่เจ้าคุณหญิงนวลเป็นพระญาติกับพระบรมราชินีในรัชกาลที่1 สกุลบุนนาค จึงเป็นราชนิกูล

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ เริ่มเข้ารับราชการในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้รับการเลื่อนตำแหน่งราชการมาโดยลำดับ จนได้ตำแหน่งพระยาพระคลังในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่2 และต่อมาได้เป็นเจ้าพระยาพระคลังว่าที่กรมท่า (เทียบเท่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ) และว่าที่สมุหพระกลาโหม (เทียบเท่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม) พร้อมกันสองตำแหน่งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่3 สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการอัญเชิญเจ้าฟ้ามงกุฎขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่4

ในพ.ศ.2394 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่4 ทรงพระกรุณาโปรดให้เลื่อนบรรดาศักดิ์เจ้าพระยาพระคลัง เป็นสมเด็จพระยาผู้สำเร็จราชการทั่วพระราชอาณาจักร มีพระราชทินนามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ วรุฒพงศนายก สยามดิลกโลกานุปาลนาถ สกลราชอาณาจักราธิเบนทร ปรเมนทรมหาราชานุกูล สรรพกิจมูลมเหศวรเชษฐามาตยาธิบดี ศรีสรณรัตนธาดาอดุลยเดชานุภาพบพิตร”

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ ถึงพิราลัยเมื่อพ.ศ.2398 สิริรวมอายุได้ 68ปี

#อสทtotheregion #เล่าเรื่องเล่าภาพบันดาลใจ #สุขกลางใจใกล้แค่เอื้อม

Ruthai Sivakomen Written by:

Be First to Comment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *